วิวัฒนาการของพอร์ต USB ก่อนที่จะมาเป็น USB Type C สุดล้ำ [Thaiware Infographic ฉบับที่ 34]

หากพูดถึงเรื่องของ USB แล้วหละก็ หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและอยู่ใกล้ตัวมากๆ ไม่ว่าจะใช้ในการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ มากมายในชีวิตประจำวัน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ถึงประวัติความเป็นมาของ USB ว่าจริงๆ แล้วมันมีนานแค่ไหน และมีวิวัฒนาการอย่างไรบ้าง ?

728x409_infographic25_5_2016

วันนี้ทางไทยแวร์จึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ วิวัฒนาการของ USB ตั้งแต่อดีตจนมาเป็น USB Type C 3.1 ในปัจจุบัน มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน ในรูปแบบของ Infrographic ฉบับที่ 34 นี้จ้า


วิวัฒนาการของ Port USB นั้นเริ่มต้นมายาวนานและเริ่มเด่นชัดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1998 ซึ่งในสมัยนั้น เทคโนโลยีของ USB จะอยู่ในเวอร์ชั่น 1.1 และใช้งานร่วมกับหัวพอร์ต USB ในรูปแบบ Type A และ Type B จากนั้นไม่นานก็ได้ถูกพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็น USB เวอร์ชั่น 2.0 ยอดนิยมที่หลายๆ คนรู้จักกันดี และใช้กันมายาวนานตั้งช่วงปี ค.ศ. 2000 จนถึง 2008 แต่แล้วในที่สุดเทคโนโลยี USB ก็ไม่หยุดแค่นั้น และได้ก้าวข้ามไปอีกขั้น มาอยู่ในเวอร์ชั่นของ USB 3.0 ซึ่งแน่นอนว่าในการพัฒนาแต่ละเวอร์ชั่น ก็ได้ปรับรูปแบบและประสิทธิภาพการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ ด้าน จนท้ายที่สุดก็กลายมาเป็น USB 3.1 เวอร์ชั่นล่าสุดในปัจจุบัน ที่ใช้งานร่วมกับหัวพอร์ตตัวใหม่อย่าง USB Type C นั่นเอง

2016-05-26_125550
รูปตัวอย่างของประเภทพอร์ต USB Type ต่างๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

ข้อดีของ USB 3.1 (มาตรฐานเทคโนโลยีล่าสุดของ Port USB) 

  • อัตราการถ่ายโอนข้อมูลความเร็ว สูงสุด 10 Gbps
  • จ่ายกระแสไฟได้สูงสุดถึง 20V,5A
  • รองรับเทคโนโลยี USB Power Delivery 2.0 รับส่งกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 100w
  • ทำให้ใช้งานได้ทั้งกับมือถือ/แล็ปท็อป/และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
  • รองรับการใช้งานพอร์ตประเภทต่างๆ ทั้งType A/B/C
  • มีการป้องกันสัญญาณรบกวน EMI และ RFI 

ข้อดีของ USB Type-C มีอะไรบ้าง ? 

USB Type-C เป็นรูปแบบพอร์ตตัวใหม่ล่าสุด ที่อยู่บนมาตรฐานของเทคโนโลยี USB เวอร์ชั่น 3.1 ที่รวมความสามารถและรูปแบบการใช้งานของพอร์ต Type อื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีความโดดเด่นในหลายๆ ด้าน เช่น

  • ขนาดเล็กพกพาสะดวกกว่า Type อื่นๆ
  • หัวพอร์ตสามารถสลับเสียบด้านใดก็ได้
  • รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เช่น
    • ใช้เสียบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ 
    • ใช้รับส่งข้อมูล
    • ใช้เป็นสายเสียบหูฟัง
    • ใช้เป็นพอร์ตส่งสัญญาณภาพและเสียง (HDMI)
  • ถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลได้รวดเร็ว ในอัตราสูงสุด 10 Gbps
  • ชาร์จพลังงานแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น
  • ใช้งานร่วมกับพอร์ตรูปแบบเก่าอย่าง USB 2.0 ได้ (ใช้ตัวแปลง)

ลองมาชมภาพในรูปแบบของ Infographic เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้นที่ด้านล่างนี้เลยจ้า

infogrphic_25_05_2016-03-01
คลิกที่นี่เพื่อดูภาพขนาดใหญ่
 

Credit: http://news.thaiware.com/7956.html